2016年3月10日木曜日

บุญที่ฉันปลื้ม


 บุญจากการปฏิบัติธรรมเป็นบุญละเอียด ปราณีต ทำให้ใจของเราใสได้ตลอดในทุกๆบุญที่เราทำตลอดทั้งวัน และที่สำคัญทำได้อย่างง่ายๆ ทำได้ทุกวัน ทำได้ทุกเวลา ทำได้ทุกเมื่อ ทำแล้วมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ประสบโชคดีเป็นสิริมงคล  วิธีการทำง่ายๆตามที่หลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายอบรมสั่งสอนไว้เสมอคือ การที่เราตื่นขึ้นมาตอนเช้าให้ทำความรู้สึกว่าเราตื่นในอู่แห่งทะเลบุญ คือตื่นมาพร้อมกับความรู้สีกที่ใจของเราแช่อิ่มอยู่กับองค์พระใสๆ   ระลึกนึกถึงว่าเรานะโชคดีที่รอดมาอีกหนึ่งวัน ตัวเรานั้นตายแน่ ตายแน่ ของให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุข  และทุกอิริยาบทของเราไม่ว่าจะเป็นยืนเดิน นั่ง นอน ก็ทำความรู้สึกว่าเราอยู่ในองค์พระ องค์พระเป็นตัวของเรา ด้วยความรู้สึกสบายๆ มีความสุข  และแบ่งเวลานั่งสมาธิ เพียงแค่ตามตามที่หลวงพ่อธัมมชโยสอนไว้ใจเราก็นิ่งก็ใสแล้ว พอเวลามานั่งใจก็สบายเข้าถึงความสุข เสวยอารมณ์แห่งความสุขจากการปฏิบัติธรรมได้อย่างง่ายๆสบายๆเลย
 ขอแบ่งบุญจากการปฏิบัติธรรม ให้ลูกพระธัมฯ ทั่วโลกครับ

หลวงพ่อธัมมชโยที่ฉันรู้จัก

หลวงพ่อธัมมชโยท่านมีเป้าหมายสูงมาก 
สูงจนเราเองอยากสร้างบารมีตามท่านไป

วัดพระธรรมกายที่ฉันรู้จัก



วัดพระธรรมกายที่ฉันรู้จัก เป็นวัดเหมือนวัดทั่วไปในประเทศไทย แต่ที่มีความแตกต่างคือ เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายคือสร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี และที่สำคัญมีพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย เป็นผู้ที่เป็นที่รักยิ่งของเราทุกคน

2016年3月5日土曜日

ประทับใจอะไรในวัดพระธรรมกาย




ประทับใจอะไรในวัดพระธรรมกาย
 เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากที่ใครจะสักคนหนึ่งจะประทับใจอะไร แต่สำหรับที่วัดพระธรรมกายมีสิ่งที่ประทับใจมากมายดังนี้
1 ประทับใจในการสอนการปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อธัมมชโย ที่สอนจากสิ่งที่ทุกคนคิดว่ายากให้ง่าย และผู้ที่ปฏิบัติย่อมได้ผลจริงจากการปฏิบัติธรรม
2 ประทับใจในญาติโยมของวัดพระธรรมกายที่ มีความเคารพต่อพระภิกษุสงฆ์ มีความเคารพต่อพระรัตนตรัย ด้วยความเต็มใจ ด้วยความเข้าใจ และด้วยความสุขใจ
3  ประทับใจในพระภิกษุสงฆ์ของวัดพระธรรมกายที่รักในการสร้างบุญบารมี รักในการปฏิบัติธรรม และที่สำคัญพระภิกษุทุกรูปรักหลวงพ่อธัมมชโยมากๆ
4 ประทับใจในเป้าหมายของการสร้างบารมีของหมู่คณะวัดพระธรรมกาย นำโดยหลวงพ่อธัมมชโย ที่มีเป้าหมายไปสู่ที่สุดแห่งธรรม
5 ประทับใจในคำสอนของหลวงพ่อทัตตชีโว ที่อธิบายขยายความจากสิ่งที่ยากให้ง่าย และนำมาใช้ปฏิบัติจริงในชีวิตของเราเอง
6 ประทับใจ ในระบบระเบียบที่คุณยายได้วางเอาไว้คือความสะอาด ความเป็นระเบียบ ความสุภาพ ความรักวินัย และนำใจให้มีความสงบในเบื้องต้นแล้ว พอมาทำสมาธิใจก็เข้าถึงความสุขได้อย่างง่ายๆสบายๆ
 นี้เป็นเบื้องต้นของความประทับใจ








2016年3月2日水曜日

ด.ร.อัมเบดการ์ ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ (เข้านับถือศาสนาพุทธ)

..อัมเบดการ์   ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ (เข้านับถือศาสนาพุทธ

..อัมเบดการ์ แต่งงานมีครอบครัว สองครั้ง ครั้งแรกแต่งกับคนในวรรณะเดียวกัน ชื่อว่านางรามาไบ ครั้งที่สอง เขาได้พบรักกับแพทย์หญิงในวรรณะพราหมณ์คนหนึ่ง ชื่อว่า ชาดา คาไบ ในโรงพยาบาลที่เขาไปรับการรักษาอาการป่วย เขาได้แต่งงานครั้งที่สอง และเป็นครั้งแรกที่คนในวรรณะต่ำเช่นเขา ได้แต่งงานกับคนในวรรณะสูง คือวรรณะพราหมณ์ เมื่ออายุเขาได้ ๕๖ ปี และมีคนใหญ่คนโต นักการเมือง พ่อค้า คนในวรรณะต่างๆมาร่วมงานแต่งงานของเขามากมาย ต่างจากครั้งแรก ที่เขาแต่งงานในตลาดสด

หลังจากนั้น ..อัมเบดการ์ ได้ลงจากเก้าอี้ทางการเมือง เขาถือว่าเขาไม่ได้พิศวาสตำแหน่งทางการเมืองอะไรนัก ที่เขาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ก็เพราะเขาต้องการ ทำงานเพื่อเรียกร้องความถุกต้องให้กับคนที่อยุ่ในวรรณะต่ำ ที่ได้รับการข่มเหงรังแกเท่านั้น

เหตุการณ์สำคัญประการหนึ่ง ที่ด..อัมเบดการ์ได้กระทำ และเป็นสิ่งที่มีคุณูปการมากต่อพระพุทธศาสนา ในประเทศอินเดีย คือการเป็นผู้นำชาวพุทธศูทรกว่า๕ แสนคน ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ เหตุการณ์ตอนนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก จึงขอกล่าวถึงอย่างละเอียดสักหน่อย

ความจริง อัมเบดการ์สนใจพระพุทธศาสนามานานแล้ว โดยเฉพาะจากการได้อ่านหนังสือพระประวัติของพระพุทธเจ้า ซึ่งเขียนโดยท่านพระธัมมานันทะ โกสัมพี ชื่อว่า \"ภควาน บุดดา\"(พระผู้มีพระภาคเจ้า) เขาได้ศึกษาแล้วว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ไม่มีข้อรังเกียจในเรื่องวรรณะ ไม่ปิดกั้นการศึกษาพระธรรม ให้ความเสมอภาค และภราดรภาพแก่คนทุกชั้น ในจิตใจของด..อัมเบดการ์ เป็นชาวพุทธอยุ่ก่อนแล้ว แต่เขาตั้งใจจะทำให้เป็นรูปเป็นร่างยิ่งขึ้น สิ่งที่ปรารถนาก็คือ การปฏิญาณตนเป็นชาวพุทธ พร้อมกับพี่น้องชาวอธิศูทร ใน งานฉลองพุทธชยันติ (Buddhajayanti) 

ท่านด..อัมเบดการ์ ๆได้กล่าวสดุดีพระพุทธศาสนา เขียนหนังสือเผยแผ่พระพุทธธรรมหลายเล่ม เช่น \"พุทธธรรม \"(Buddha and His Dhamma) \"ลักษณะพิเศษของพระพุทธศาสนา\" (The Essential of Buddhism) และคำปาฐกถาอื่นๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ภายหลัง เช่น \"การที่พระพุทธศาสนาหมดไปจากอินเดีย\" (The down fall of Buddhism in india) เป็นต้น

ก่อนหน้าที่จะมีงานฉลองพุทธชยันตี เป็นที่ทราบกันดีว่า อินเดียในขณะนั้น มีชาวพุทธอยู่ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอัพโภหาริก คือน้อยจนเรียกไม่ได้ว่ามี แต่เหตุใดจึงมีงานฉลองนี้ขึ้น คำตอบนี้น่าจะอยุ่กับท่านยวาห์ ราล เนรูห์ ซึ่งท่านได้กล่าวคำปราศรัยไว้ในที่ประชุมโลกสภา (รัฐสภาของอินเดีย เรียกว่า โลกสภา) เรื่องการจัดงานฉลองพุทธชยันตี ว่า 

\"พระพุทธเจ้า เป็นบุตรที่ปราดเปรื่องยิ่งใหญ่ และรอบรู้ที่สุดของอินเดีย ในโลกนี้ซึ่งเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เคียดแค้น และรุนแรง คำสอนของพระพุทธเจ้า ส่องแสงเหมือนดวงอาทิตย์ที่รุ่งโรจน์ ไม่มีคนอินเดียคนใด ที่จะนำเกียรติยศ เกียรติภุมิ กลับมาสู่อินเดียได้เท่ากับพระพุทธองค์ หากเราไม่จัดงานฉลองท่านผู้นี้แล้ว เราจะไปฉลองวันสำคัญของใคร\" และได้กล่าวอีกตอนหนึ่งว่า \"ข้าพเจ้าไม่นับถือศาสนาใดๆในโลกทั้งนั้น แต่หากจะต้องเลือกนับถือแล้ว ข้าพเจ้าขอเลือกนับถือพระพุทธศาสนา\"

ในงานฉลองพุทธชยันตินั้น รัฐบาลอินเดียได้จัดสรรงบประมาณการจัดงาน ฉลองตลอด ๑ปี เต็มๆ โดยวนเวียนฉลองกันไปตามรัฐต่างๆ รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณต่างๆ เช่น ทำตัดถนนเข้าสุ่พุทธสังเวชนียสถานต่างๆให้ดีขึ้น สร้างธรรมศาลา ทำการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาร่วมงานพุทธชยันตีจากประเทศต่าง จัดพิมพ์หนังสือสดุดี พระพุทธศาสนา จัดทำหนังสือวิชาการพระพุทธศาสนา โดยนักปราชญ์หลายท่านเขียนขึ้น ประธานาธิบดีราธ กฤษนัน เขียนคำนำสดุดีพุทธคุณ ให้ชื่อว่า \"2500 years of Buddhism\" (๒๕๐๐ ปีแห่งพระพุทธศาสนา) ทั่วทั้งอินเดีย ก้องไปด้วยเสียง พุทธัง สรณัง คจฺฉามิ

ส่วนในการปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะนั้น ท่านอัมเบดการ์ได้นำชาววรรณะศูทร ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะที่เมืองนาคปูร์ สาเหตุที่ท่านเลือกเมืองนี้ แทนที่จะเป็นเมืองใหญ่ๆ อย่างบอมเบย์ หรือเดลลี ท่านได้ให้เหตุผลว่า \"ผู้ที่ทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตอนแรกๆ นอกจากพระสงฆ์ คือพวกชนเผ่านาค ซึ่งถูกพวกอารยัน กดขี่ข่มเหง ต่อมาพวกนาคได้พบกับพระพุทธเจ้า พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมจนพวกนาคเหล่านั้นเลื่อมใส ปฏิญาณตนเป็นชาวพุทธ และเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไปทั่ว เมืองนาคปูร์นี้ เป็นเมืองที่พวกนาคตั้งหลักแหล่งอยู่\" (คำกล่าวของท่านอัมเบดการ์มีมูลอยุ่ไม่น้อย และจะว่าไปแล้ว หลังจากพระพุทธศาสนา เริ่มถูกทำลายจากอินเดีย เมืองนาคปูร์เป็นเมือง ที่มีชาวพุทธอาศัยอยู่มาก และเป็นเมืองที่มีชาวศุทร หรือคนวรรณะต่ำอยู่มากอีกด้วย ดังนั้นศูนย์กลางพุทธศาสนิกชนในอินเดียปัจจุบันที่เป็นคนวรรณะศูทร จึงอยู่ที่นาคปูร์

ในการปฏิญาณตนเป็นชาวพุทธ แสนคน เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม .. ๒๔๙๙นั้น มีพระภิกษุอยู่ในพิธี ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย รูป คือ ท่านพระสังฆรัตนเถระ (Ven. M. Sangharatana Thera) พระสัทธราติสสะเถระ (Ven. S. Saddratissa Thera) และพระปัญญานันทะเถระ (Ven. Pannanand Thera) ในพิธีมีการประดับธงธรรมจักรและสายรุ้งอย่างงดงาม ในพิธีนั้น ผู้ปฏิญาณตนได้กล่าวคำปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ และคำปฏิญญา ๒๒ ข้อ ของท่านอัมเบดการ์ ดังนี้

. ข้าพเจ้าจะไม่บูชาพระพรหม พระศิวะ พระวิษณุต่อไป 
. ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อว่าพระราม พระกฤษณะ เป็นพระเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่เคารพต่อไป 
. ข้าพเจ้าจะไม่เคารพบูชาเทวดาทั้งหลายของศาสนาฮินดูต่อไป 
. ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อลัทธิอวตารต่อไป 
. ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อว่า พระพุทธเจ้าคืออวตารของพระวิษณุ การเชื่อเช่นนั้น คือคนบ้า 
. ข้าพเจ้าจะไม่ทำพิธีสารท และบิณฑบาตแบบฮินดูต่อไป 
.ข้าพเจ้าจะไม่ทำสิ่งที่ขัดต่อคำสอนของพระพุทธเจ้า 
. ข้าพเจ้าจะไม่เชิญพราหมณ์มาทำพิธีทุกอย่างไป 
. ข้าพเจ้าเชื่อว่าทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้มีศักดิ์ศรีและฐานะเสมอกัน 
๑๐. ข้าพเจ้าจะต่อสู้เพื่อความมีสิทธิเสรีภาพเสมอกัน 
๑๑. ข้าพเจ้าจะปฏิบัติมรรคมีองค์ โดยครบถ้วน 
๑๒. ข้าพเจ้าจะบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศ โดยครบถ้วน 
๑๓. ข้าพเจ้าจะแผ่เมตตาแก่มนุษย์และสัตว์ทุกจำพวก 
๑๔. ข้าพเจ้าจะไม่ลักขโมยคนอื่น 
๑๕. ข้าพเจ้าจะไม่ประพฤติผิดในกาม 
๑๖. ข้าพเจ้าจะไม่พูดปด 
๑๗. ข้าพเจ้าจะไม่ดื่มสุรา 
๑๘. ข้าพเจ้าจะบำเพ็ญตนในทาน ศีล ภาวนา 
๑๙. ข้าพเจ้าจะเลิกนับถือศาสนาฮินดู ที่ทำให้สังคมเลวทราม แบ่งชั้นวรรณะ 
๒๐.ข้าพเจ้าเชื่อว่าพุทธศาสนาเท่านั้นที่เป็นศาสนาที่แท้จริง 
๒๑. ข้าพเจ้าเชื่อว่าการที่ข้าพเจ้าหันมานับถือพระพุทธศาสนานั้นเป็นการเกิดใหม่ที่แท้จริง 
๒๒. ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตนตามคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด

หลังจากปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะแล้ว เขากล่าวว่า \"ข้าพเจ้าเกิดมาจากตระกูลที่นับถือศาสนาฮินดู แต่ข้าพเจ้าจะขอตายในฐานะพุทธศาสนิกชน\"

คำปราศรัยในที่ประชุมปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ ของด..อัมเบดการ์นั้น เป็นการแสดงถึงความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาของเขา ต่อมาได้มีผู้พิมพ์คำปราศรัยนี้ลงเป็นหนังสือ เป็นคำปราศรัยที่ยาวถึง ๑๒๖ หน้า ขนาด หน้ายก มีตอนหนึ่งที่ควรกล่าวถึง เช่น 

\"พระพุทธเจ้าตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอมาจากตระกูลต่างๆกัน ย่อมมีความเสมอกันเมื่อมาสู่ธรรมวินัยนี้แล้ว เหมือนมหาสมุทร ย่อมเป็นที่รวมของน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำและทะเลต่างๆ เมื่อมาสู่มหาสมุทรแล้วก้ไม่สามารถจะแยกได้ว่าน้ำส่วนไหนมาจากที่ใด\" 

\"พระพุทธศาสนาเท่านั้นที่ปฏิเสธระบบวรรณะ และคนบางคนไม่มีเหตุผลจะโจมตีพระพุทธศาสนา หรือไม่มีเหตุผลมาหักล้างคำสอนของได้ ก็อ้างเอาอย่างหน้าด้านๆว่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาของพวกนอกวรรณะ\" 
\"ถ้าหากจะมีพระนามใด ที่โจษขานกันนอกประเทศอินเดีย ที่โด่งดัง และกล่าวกันด้วยความเคารพสักการะแล้ว จะมิใช่พระนามของพระราม หรือพระกฤษณะ แต่จะเป็นพระนาม ของพระพุทธเจ้า เท่านั้น \" 

เมื่อนักหนังสือพิมพ์ถามถึงเหตุผลในการนับถือพระพุทธศาสนา เขากล่าวว่า \"เพราะการกระทำอันป่าเถื่อนของชาวฮินดูที่มีต่อคนวรรณอธิศูทรเช่นเรามานานกว่า ๒๐๐๐ ปี\" พร้อมกันนั้นท่านกล่าวต่อว่า \"พอเราเกิดมาก็ถูกตราหน้าว่าเป็นวรรณะอธิศูทรซึ่งมีค่าต่ำกว่าสุนัข อะไรจะดีเท่ากับการผละออกจากลัทธิป่าเถื่อน ปลีกตัวออกจากมุมมืด มาหามุมสว่าง พุทธศาสนาได้อำนวยสุขให้ทุกคนโดยไม่เลือกหน้า โดยไม่เลือกว่าเป็นวรรณะกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ความจริงข้าพเจ้าต้องการ เปลี่ยนศาสนาตั้งแต่พ.. ๒๔๙๐ แต่เหตุการณ์ยังไม่อำนวย ข้าพเจ้าขอกล่าวว่าระบบวรรณะควรจะสูญไปจากอินเดียเสียที แต่ตราบใดที่ยังนับถือพระเวทอยู่ ระบบนี้ก็ยังคงอยู่ กับอินเดียตลอดไป อินเดียก็จะได้รับความระทมทุกข์ ความเสื่อมโทรมตลอดไปเช่นกัน พวกพราหมณ์พากัน จงเกลียดจงชังพระพุทธศาสนา แต่หารู้ไม่ว่าพระสงฆ์ในพุทธกาล ๙๐ % เป็นคนมาจากวรรณะพราหมณ์ทั้งสิ้น ข้าพเจ้าอยากจะถามพวกพราหมณ์ในปัจจุบันว่าเกิดอะไรขึ้น กับพวกเขาหรือ.


 ที่มาบางส่วนจาก   http://www.oocities.org/watdonta_y/mbedkar.htm
โอวาทพระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณครูไม่ใหญ่
โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
24 พฤศจิกายน ..2558
เราต้องรักษาใจของเราให้ใสๆ เพื่อจะได้รองรับบุญใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ เพราะว่าท่านจะได้เอาบุญเชื่อมสายสมบัติให้กับพวกเราได้อย่างเต็มที่
เวลาท่านคำนวณบุญของทุกคนที่รักษาใจใสๆ อย่างนี้ตลอดเรื่อยมา ทั้งก่อนทำ ขณะทำ และหลังจากทำแล้ว คำนวณบุญแล้วก็ซ้อนไปที่กลางกายของทุกคนเลย
ถ้าใจเราใสๆ เราจะสามารถรองรับบุญได้ไม่หกไม่หล่น  พญามารก็จะไม่ได้ช่องที่จะตัดสายสมบัติเรา แล้วก็สอดเอาผังที่เราจะได้แบบทุกขลาภ ต้องกลุ้มก่อน คือ มีเหตุก่อนแล้วจึงจะได้ทรัพย์
เราควรจะเลือกอย่างไรจ๊ะ ได้ทรัพย์อย่างสบายๆ กับ แบบทุกขลาภ   (เอาแบบสบายๆนะ)
เพราะฉะนั้นวันเวลาที่เหลืออยู่หนึ่งวันนี้รวมถึงวันพรุ่งนี้ด้วย (25 ..58) เราต้องทำใจให้ใสๆ 
โดยเฉพาะวันพรุ่งนี้นะลูกนะ เราต้องรักษาใจของเราใสมากๆๆๆๆ เลย อย่าให้ใจขุ่นแม้แต่นิดเดียว
อย่าลืมนะ!!! พอใจเราทำท่าจะขุ่นด้วยเรื่องอะไรก็ตาม ให้รีบปัดชิ่วไปเลยนะ รีบปัดทิ้งไปเลยนะ ให้เหลือแต่ใจเกลี้ยงๆใสๆ
อย่าลืม!!! เราได้ช่วยกันสร้างบุญสถานนี้ขึ้นมาให้เป็นที่สร้างบารมี เพราะฉะนั้น เราได้ชื่อว่า เราเป็นเจ้าของบ้าน  จะต้องคอยต้อนรับทุกคนให้ดีนะ ด้วยการทำใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส  ยิ้มเป็นไหมจ๊ะ? (เป็นค่ะ/ครับ) ใครยิ้มขอให้รวย... 
แล้วก็พูดจาเชิญชวนทุกท่านทักทายให้ดีนะ ทุกคนเลย ให้เค้ารู้สึกอบอุ่นใจที่ได้มาสร้างบารมีร่วมกันนะ
ทุกหนทุกแห่งในบุญสถานนี้เป็นสิริมงคลทั้งสิ้นเลย เรานั่งตรงไหนก็ได้ที่เจ้าหน้าที่เค้าจัดให้ อย่าลืมตรงนี้นะ  ถ้าเรารู้สึกไม่ค่อยจะได้ดั่งใจเราเหมือนวันปกติธรรมดาที่คนยังน้อยๆ อยู่ 
เราก็ยังคงจะต้องรักษาใจให้ใสๆ อย่าให้ขุ่นมัวเลยแม้แต่นิดเดียว...ต้องจำนะ...จำได้ไหมจำได้ว่า...เมื่อใจเราใส คนอื่นเขาก็จะใสตามไปด้วย

เราต้องเป็นเจ้าของบ้าน ต้อนรับทุกๆคน ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส